เ ส ถี ย ร แ ซ... 的个人资料สวัสดีครับทุกคนที่เข้ามา...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2007/9/2

กลยุทธแบดมินตัน

       แบดมินตันมีหลากหลายกลยุทธ หน้าสองจุดหลังสองมุมคุมให้ได้
เสิร์ฟดาดรับตบรุกบุกฉับไว งัดโด่งไว้ถนอมแรงแต่งท่าที
       แย้ปหยอดดาดพลิกผันกลยุทธ ทั้งหกจุดเคลื่อนที่ได้อย่างเร็วรี่
ตบไล่เส้นสี่มุมว่างวางให้ดี พอได้ทีรุกกระหน่ำเร่งซ้ำเติม
       หากเหนื่อยนักเดินอู้ไว้โยกย้ายท่า ขอดื่มน้ำเช็ดหน้ารอแรงเสริม
จัดเสื้อผ้าผูกรองเท้าเข้าที่เดิม แล้วกลับเริ่มเล่นใหม่ไม่ร้อนรน
       ตบตัดเซฟหยอดหลอกอย่าบอกท่า ทำวางหน้ากระชากหลังอย่างฉ้อฉล
หลอกหน้าไม้ ชายหางตาพาหลงกล ทำลายแรงทีละคนจนเหนื่อยล้า
       ดูจุดด้อยแล้วคอยซ้ำจำให้มั่น รุกโรมรันจนอ่อนเพลียและเสียหน้า
คุมสติเสริมแรงใจใช้ปัญญา เดินวางท่าข่มนามอย่าคร้ามใคร
       รู้พลิกแพลงกลยุทธที่เคยฝึก น้อมระลึกคุณอาจารย์ท่านสอนให้
ร่างกายดี จิตใจดี มีวินัย คงจะได้เป็นหนึ่งในแผ่นดิน

 
2007/9/1

เรียนคณะอะไรก็มาดู เอาน่ะครับ

เหอๆ...นิยามความรักต่างคณะ..    

1. เภสัชฯ  : แค่ก... แค่ก... ขอยาให้ผมหน่อย ..

ผมมีอาการไอ...เลิฟ ยู...           
--------------------------------------------------------------------------------


2. พยาบาล : หน้าที่ของเธอคือเยียวยา พอรักษาหายเธอก็จากไป     

    
--------------------------------------------------------------------------------


3. สัตวะ : Love me , love my dog      
--------------------------------------------------------------------------------


4. จิตวิทยา : สะกดจิตเป็นเรื่องง่าย สะกดใจเป็นเรื่องยาก      
--------------------------------------------------------------------------------


5. นิเทศ : อกหักไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังเล่นใหม่ได้อีกหลายเทค     
--------------------------------------------------------------------------------


6. นิติ : โธ่เอ๊ย...ความรักนี่ช่างไม่ยุติธรรมเลย      
--------------------------------------------------------------------------------


7. บัญชี : คำนวณตัวเลขอาจใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที .....

แต่คำนวณใจเธอนั้นใช้เวลาเป็นปี..     
 
--------------------------------------------------------------------------------


8. รัฐศาสตร์ : หนุ่มรัฐศาสตร์ขอบอกเธอว่า รัก...สาด...สาด     

 
--------------------------------------------------------------------------------


 
9. ครุฯ : ผมสามารถสอนคุณได้ทุกอย่าง ...

แต่มีเรื่องเดียวที่อยากให้คุณสอนผม..      

 
--------------------------------------------------------------------------------

10. อักษรฯ : หว่ออ้ายหนี่ ติอาโม เฌอแตม ไอเลิฟยู รักหลายเด้อ.. 
 

                 

 

 
--------------------------------------------------------------------------------

11. เศรษฐศาสตร์ : ได้ใจเธอคือกำไร เธอไม่สนใจคือเท่าทุน     

 

 
--------------------------------------------------------------------------------

12. โครงการพัฒนา Software : Heartdisk ของเธอมีกี่ 'กิ๊ก '...ส่งใจไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม      
 
--------------------------------------------------------------------------------
 
13. แพทย์ : บุหรี่ผมก็ไม่สูบ สุขภาพก็ดูแลดี ...
แต่พอเจอเธอทุกที...มีอาการโรคปอดขึ้นทันใด 
 
--------------------------------------------------------------------------------


 
14. วิทยา : ความรักไม่มีสูตรตายตัว.. 
       

 
--------------------------------------------------------------------------------

15. ศิลปกรรม : ปั้นเท่าไหร่ก็ไม่เหมือน เพราะเธอน่ารักขึ้นทุกวัน   

 
--------------------------------------------------------------------------------

16. วิทย์กีฬา : ร่างกายแข็งแรง แต่หัวใจอ่อนแอ         

 
--------------------------------------------------------------------------------

17. สหเวช : ไม่รู้เครื่องเอกซเรย์เสียรึเปล่า เพราะเอกซเรย์ลงไปก็เจอแต่หน้าเธอ..   
--------------------------------------------------------------------------------

 
18. สถาปัตย์ : รักออกแบบไม่ได้.. 
    
--------------------------------------------------------------------------------


19. ทันตะ : ถ้าตรวจฟันผมคงเจอแมงกินฟัน....
 ถ้าตรวจใจผมคงเจอเธอกินใจ.. 
        
--------------------------------------------------------------------------------

20. วิศวะ : คณะเราผู้ชายมันเยอะนี่หว่า.....
ดูไปดูมา...นายก็น่ารักดีนะ. 
        .           

 

2007/8/20

เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน

เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน

               แม่. . . ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก
              เพราะเราเต็มใจรักแม่ โดยไม่ต้องหลง

              แม่. . . อาจเคยตีเราให้เจ็บ แต่ไม่เคยทำให้เราเจ็บหัวใจ
              แม่. . . ส่งเสียเรา แต่เราต้องส่งเสียแฟน

              แม่. . . ไม่เคยบอกเลิก
              แม่. . . เป็นแบงค์ส่วนตัวที่เวลากู้ไม่เคยคิดดอกเบี้ย 
              และไม่ค่อยทวงคืน

              แม่. . . เห็นเราเดินแก้ผ้าตั้งแต่เล็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่าง
              แม่. . . เป็นคนที่เห็นเราดีกว่า แฟนของแม่เสมอ
              ขอหอมแม่ไม่ยากเท่าขอหอมแฟน

              แม่. . . ยอมตัดสะดือตัวเองเพื่อให้เราเกิดมา
              แม่. . . สอนให้เราพูดได้ เพื่อจะไปบอกรักแฟนตอนโต
               แม่. . . ยอมเป็นยายอ้วนลงพุงตั้ง 9 เดือน
              เพื่อให้เราอาศัยอยู่ข้างใน

              และในประเทศนี้ไม่มี . . . “วันแฟนแห่งชาติ”
              เหมือนวันแม่ใช่มั้ย 

              รู้ว่าความรักของแม่ ยิ่งใหญ่กว่าแฟนแล้ว. . .
              พรุ่งนี้!! คุณอยากบอกแม่ว่าอะไรดี. . .?

              อย่ารอโอกาส หรือรอเวลาบอกรักแม่เฉพาะ “วันแม่” เท่านั้น
              . . .เพราะวันเวลาอาจทำให้คุณ . . . ไม่มีโอกาสบอกรักแม่ก็เป็นได้

 

2007/8/3

26 วิธีรัก.......

 

1. จงใช้เวลาแก่ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ อย่าใจเร็วด่วนได้ ความชอบพออย่างแท้ จริงจะค่อยๆ เป็นไปอย่างช้าๆ

2. จงซื่อสัตย์และเปิดเผยกับคนรัก การโกหก ไม่ซื่อสัตย์จะทำลายมิตรภาพ

3. จงกระทำต่อผู้อื่นเหมือนอย่างที่คุณอย่างให้ผู้อื่นเขากระทำต่อตัวคุณ

4. นึกไว้เสมอว่าคนรักของคุณไม่ใช่คนดีพร้อม ไม่มีใครดีหมดทุกอย่าง บางทีข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ของคนรัก ก็กลายเป็นความน่ารักได้ ถ้าคุณใจกว้างพอ

5. จงภูมิใจในความสำเร็จของคนที่คุณรัก อย่านำไปเปรียบเทียบกับความสำเร็จของคุณหรือคนอื่นๆ เป็นอันขาด จงมองเฉพาะที่คนรักของคุณทำได้ จะมากกว่าคุณหรือน้อยกว่าคุณก็ “ดีมาก” ทั้งนั้น

6. อย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นเสมอ แม้คนที่กำลังรักกันแทบจะกลืนกิน ก็ยังมีข้อขัดแย้งหรือไม่ลงรอยได้บ้าง

7. ถ้าคุณพบคู่รักบางคู่คุยว่า เขาไม่เคยทะเลาะกันเลย ก็อย่าไปใส่ใจมากนัก เพราะเขาอาจไม่ได้ พูดกันเลย หรือไม่รักกันเลยก็ได้

8. ในกรณีที่ยังไม่มีคู่รักที่แท้จริง จงเปิดใจให้โอกาสพบปะผู้คนอื่นๆ ให้มากขึ้น คุณจะได้มีโอกาสพบคนที่คุณอยากรักจริงๆ ได้

9. จงมีส่วนร่วมต่อการสร้างความสัมพันธ์ อย่าคิดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าคุณให้ของขวัญราคาแพงแก่คนรัก แต่เขาตอบแทนด้วยของขวัญราคาด้วยกว่า ก็ไม่เป็นไรเพราะเขาอาจไม่ สามารถให้อะไรกับตัวคุณได้เท่าที่คุณคาดหวังเอาไว้ ฝ่ายที่รับของจากคนรัก จงหาทางตอบแทนเสมอ แม้จะไม่เท่าและไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร อย่าเป็นฝ่ายรับฝ่ายเดียว

10. จงเป็นนักฟังที่ดี แสดงว่าคุณเอาใจใส่และสนใจเขา เท่ากับแสดงว่าเขาเป็นคนสำคัญ

11. จงยิ้มกับคนรักเสมอ การยิ้มทำให้รู้สึกว่าคุณเป็นคนมีมิตรไมตรี

12. อย่าเปิดเผยความลับ หรือนินทาคนรักลับหลัง เพราะจะเป็นพิษต่อความรักอย่างยิ่ง

13. อย่าใช้ความรักไปหลอกลวงคนอื่น

14. จงถามเพื่อนที่สนิทว่า คุณมีจุดเด่นที่น่าประทับใจ หรือจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ทุกคนมีจุดอ่อนในตัว คุณจะได้พัฒนา ปรับปรุงตัวเองให้น่ารักมากขึ้น

15. จงให้เวลาสำหรับความรักและคนรัก อย่าโหมทำงานมาก หรือออกสังคมมากไป จนทำให้สูญเสียคนที่เรารักและห่วงใยไป

16. จงบอกคนรักว่า เขาทำให้คุณสุขหรือสบายใจอย่างไร เขาพอใจที่จะได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น เช่น “อยู่กับคุณแล้วรู้สึกสบายใจและมั่นใจดีมาก”

17. อย่าพูดตัดพ้อ หรือต่อว่าโดยไม่คิด เช่น “คุณผิดเวลาอีกแล้ว” หรือ หรือ “คุณไม่รักฉันจริง” แต่จงบอกคนรักว่า “ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ใจคิดถึงคุณจัง” ทำนองนั้น

18. อย่าท้อแท้เมื่อเกิดความเข้าใจผิดหรือขัดใจกัน จงทำสิ่งที่เลวร้ายให้กลายเป็นสิ่งที่ดีงามต่อไป โดยมุ่งมั่นถึงการรักษาสัมพันธภาพที่ดีเอาไว้ และพยายามควบคุมช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นเอาไว้ ให้ได้

19. เรียนรู้อารมณ์ของคนที่คุณรัก อย่าหวังว่าเขาจะสดชื่น หรือเอาใจเก่งตลอดเวลา ในยามเขาเคร่งเครียดเหน็ดเหนื่อยจงอย่าสั่ง แต่จงให้ความสบายกายและความสบายใจแก่เขาตลอด

20. อย่าลืมคำชมเชย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแก่ทุกคน จงชมคนที่คุณรัก คำชมจะทำให้ความรักยั่งยืน

 
 

21. จงมีกิจกรรมร่วมกันที่สนุกสนาน เช่น การเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ลำบากนัก เล่นกีฬาบางอย่างด้วยกัน หรือเดินเล่นด้วยกัน เป็นต้น
 
22.กิจกรรมบางอย่างที่เราไม่ชอบ แต่คนรักชอบก็น่าจะลองกิจกรรมเหล่านั้นดูบ้าง

23. สนใจและช่วยจัดการในสิ่งจำเป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะเดินทางไปไกล จงคิดว่าเขาน่าจะต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง จงช่วยจัดหาหรือเพิ่มเติมให้เขานั้นแสดงถึงความเอาใจใส่ เขาอย่างแท้จริง

24. อย่าคาดหวังว่าคนรักจะให้สิ่งที่คุณต้องการได้ครบถ้วน เพราะจะทำให้คุณผิดหวัง และเป็นอันตรายต่อความรัก

25. อย่าดูหมิ่นหรือดูถูกคนรักว่าด้อยกว่า หรือเป็นหนี้บุญคุณ จงมองคนรักเหมือนคนที่เพิ่งพบและรู้ จักกัน และรักกันใหม่ๆ ทำให้เกิดความสนใจใยดีอยู่เสมอๆ ทุกๆ วัน ไม่เกิดความเบื่อหน่าย จำเจ

26. อย่าบีบบังคับความรัก เพราะความรักไม่อาจสร้างขึ้นตามความต้องการได้ แต่จงปล่อยให้มันพัฒนาไปตามเงื่อนไขของมันเอง อาจจะเริ่มจากมิตรภาพก่อนแล้วกลายเป็นความรักก็ได้

หลายๆ คนอ่านแล้วบอกว่าทำได้ยาก แต่อยากจะบอกว่า ไม่มีสิ่งใดยากเกินไปหรอก ถ้าเราทำเพื่อการพัฒนาตนเอง และพัฒนาความรัก จงใช้หลักง่ายๆ อีก 4 ข้อ คือ

1.ฝืนทำบ่อยๆ แรกๆ ทำไม่คล่อง ก็จงฝืนทำไป

2.ฝึกบ่อยๆ จนเป็นนิสัยที่ดีงาม

3.ข่มใจ อย่าเพิ่งเลิก อย่าเพิ่งท้อถอย ถ้าผลออกมาไม่ถูกใจ หรือเกิดความโกรธหรือเบื่อหน่ายกลางคันเสียก่อน ก็จงข่มใจทำต่อไป ช่วยทำให้เกิดการฝืนและการฝึกบ่อยๆ ได้ดีขึ้น

4.ลดตัวเองลง ต้องหมั่นลดตัวเอง อย่าอีโก้สูงนัก หรือคิดถึงแต่ตัวเองหรือมาตรฐานของตัวเองตลอดเวลา เพราะจะทำให้คุณทำสิ่งใหม่ๆ ที่ดีๆ ไม่ได้เลย

ลองดูนะ แล้วคุณจะมีความรักที่งดงามในหัวใจ และความรู้สึกได้แน่ๆ เป็นความสุขที่ใครๆ ก็อยากได้ เราขอให้ทุกท่านจงมีชีวิตใหม่ มีความรักใหม่ที่ดีๆ ตลอดไป
 
2007/7/31

มานับแต้มแบบใหม่กัน(Badminton)

สหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ ( IBF) ได้กำหนดให้ ทดลองใช้ระบบการนับคะแนนการแข่งขันกีฬาแบดมินตันใหม่ ในระบบ 3 x 21 คะแนน ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป

รายละเอียดของกติกาการนับคะแนนมีดังนี้
1. แมทช์หนึ่งต้องชนะให้ได้มากที่สุดใน 3 เกม
2. ทุกประเภทของการแข่งขัน  ฝ่ายที่ได้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น ยกเว้นเมื่อได้ 20 คะแนนเท่ากันต้องนับต่อให้มีคะแนนห่างกัน 2 คะแนน ฝ่ายใดได้คะแนนนำ 2 คะแนนก่อนเป็นผู้ชนะ  แต่ไม่เกิน 30 คะแนน หมายความว่าหากการเล่นดำเนินมาจนถึง 29 คะแนนเท่ากัน  ฝ่ายใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผู้ชนะ 
3. ฝ่ายชนะเป็นฝ่ายส่งลูกต่อในเกมต่อไป
4. ฝ่ายชนะการเสี่ยงสิทธิ์เป็นฝ่ายส่งลูกได้ก่อน  หากฝ่ายตรงข้ามทำลูก "เสีย" หรือลูกไม่ได้อยู่ในการเล่น  ผู้เลือกส่งลูกก่อนจะได้คะแนนนำ 1-0 และได้ส่งลูกต่อ  แต่หากผู้ส่งลูกทำลูก "เสีย" หรือลูกไม่อยู่ในการเล่น  ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนตามมาทันทีเป็น 1-1 และฝ่ายตรงข้ามจะได้สิทธิ์ส่งลูกแทน  ดำเนินเช่นนี้ต่อไปจนจบเกม 
5. ประเภทคู่ให้ส่งลูกฝ่ายละ 1 ครั้ง ตามคะแนนที่ได้  ขณะที่เปลี่ยนฝ่ายส่งลูก หากคะแนนเป็นจำนวนคี่ ผู้อยู่คอร์ดด้านซ้ายเป็นผู้ส่งลูก  หากคะแนนเป็นจำนวนคู่ผู้อยู่คอร์ดด้านขวาเป็นฝ่ายส่งลูก

หมายเหตุ  ศึกษากติกาโดยละเอียดได้ที่เว็บไซต์ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์


ตัวอย่างการแข่งขันระหว่าง A และ B ทีมสีเหลือง กับ C และ D ทีมสีฟ้า

สถานการณ์การเล่นจำลอง

คะแนน 

สนาม

การส่งลูก และตำแหน่งการยืน

ผู้ส่งลูก
และ
ผู้รับลูก

ถ้าฝ่ายได้
คะแนนคือ

C และ D ชนะการเสี่ยงสิทธิ์ขอเป็นฝ่ายเลือกรับลูก   A และ B จึงจำต้องเป็นฝ่ายส่งลูก

0-0

C

D

ส่งลูกสนามด้านขวา เป็นการยืนส่งลูก เมื่อ คะแนน เป็น เลขคู่

Aส่งลูก
ให้
C
A และ C เป็นมือแรกในการส่งลูก และรับลูก

A และ B
 

B

A

เมื่อ A และ B ได้คะแนน    Aได้ เป็นผู้ส่งลูกต่อที่สนามด้านซ้าย  ส่วน C และ D ยังคงยืนเป็นฝ่ายรับอยู่ที่ตำแหน่งเดิม

1-0

C

D

ส่งลูกสนามด้านซ้าย เป็นการยืนส่งลูก ของฝ่ายที่ได้คะแนน เป็น เลขคี่

A ส่งลูก
ให้ D

C และ D

A

B

เมื่อ C และ D ได้คะแนน 
เปลี่ยนส่ง โดย D เป็นผู้ส่งลูก  โดยทั้งสองฝ่ายยืนที่ตำแหน่งเดิม

1-1

C

D

ส่งลูกสนามด้านซ้าย เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้คะแนน เป็น เลขคี่

D ส่งลูก
ให้ A

A และB 

A

B

A และ B ได้คะแนน  เปลี่ยนส่ง Bเป็นผู้ส่งลูก   โดยทั้งสองฝ่ายยืนที่ตำแหน่งเดิม

2-1

C

D

ส่งลูกสนามด้านขวา  เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้ คะแนนเป็น เลขคู่

B ส่งลูก
ให้ C

C และ D

A

B

C และ D ได้คะแนน เปลี่ยนส่ง C เป็นผู้ส่งลูก   โดยทั้งสองฝ่ายยืนที่ตำแหน่งเดิม

2-2

C

D

ส่งลูกสนามด้านขวา เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้ คะแนนเป็น เลขคู่

C ส่งลูก
ให้ B

C และ D

A

B

C และ D ได้คะแนน  ได้ส่งลูกต่อ โดย C ส่งลูกที่สนามด้านซ้ายของC  ส่วน A และ B ยังคงยืนที่ตำแหน่งเดิม.

3-2

D

C

ส่งลูกสนามด้านซ้าย เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้คะแนน เป็น เลขคี่

C ส่งลูก
ให้ A

A และ B

A

B

A และ B ได้คะแนน เปลี่ยนส่ง  โดย A เป็นผู้ส่งลูก  โดยทั้งสองฝ่ายยืนที่ตำแหน่งเดิม

3-3

D

C

ส่งลูกสนามด้านซ้าย เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้คะแนน เป็น เลขคี่

A ส่งลูก
ให้ C

A และB 

A

B

A และ B ได้คะแนน  โดย  A เป็นผู้ส่งลูกต่อ ที่สนามด้านขวา  ส่วน C และ D ยังคงยืนที่ตำแหน่งเดิม

4-3

D

C

ส่งลูกสนามด้านขวา เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้ คะแนนเป็น เลขคู่

A ส่งลูก
ให้ D

C และ D

B A
C และ D ได้คะแนน  เปลี่ยนส่ง  D เป็นผู้ส่งลูก   โดยทั้งสองฝ่ายยืนที่ตำแหน่งเดิม

4-4

D

C

ส่งลูกสนามด้านขวา เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้ คะแนนเป็น เลขคู่

D ส่งลูกให้ A

C และ D

B A

C และ D ได้คะแนน  โดย D ส่งลูกต่อที่สนามด้านซ้าย  ส่วน A และ B ยังคงยืนที่ตำแหน่งเดิม.

5-4

C D

ส่งลูกสนามด้านซ้าย เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้คะแนน เป็น เลขคี่

D ส่งลูกให้ B

C และ D

B A

C และ D ได้คะแนน  ได้ส่งลูกต่อ โดย D ส่งลูกที่สนามด้านขวา  ส่วน A และ B ยังคงยืนที่ตำแหน่งเดิม.

6-4

D C

ส่งลูกสนามด้านขวา เป็นการยืนส่งลูกของฝ่ายที่ได้ คะแนนเป็น เลขคู่

D ส่งลูกให้ A

.........
B A


 

การประคบเย็น / การประคบร้อน

การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา
อาจมีได้ตั้งแต่ การหกล้มแล้วเกิดฟกช้ำของร่างกายส่วนต่างๆ
 ข้อเท้าแพลง กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือปะทะกันจนเอ็นยืดหรือฉีกขาด
หรือ ข้อเข่าบวมมีเลือดออก เป็นต้น คนทั่วไปนิยมที่จะให้การรักษาเบื้องต้น
ด้วยการใช้ยาหม่อง หรือครีมที่เมื่อนวดทาไปแล้วเกิดความร้อน
 และบีบนวดส่วนที่บวมหรือปวดภายหลังที่ได้รับการบาดเจ็บ
ซึ่งเราขอแนะนำให้ใช้เป็นความเย็นแทนในเบื้องต้น
โดยอาศัยหลักการดังต่อไปนี้
เมื่อมีการบาดเจ็บและเกิดการบวมขึ้น
 เพราะเส้นเลือดของส่วนที่ได้รับบาดเจ็บมีการฉีกขาด
 เลือดออกมาตรงตำแหน่งนั้น
การใช้ความเย็นร่วมกับการออกแรงกดส่วนที่บวมนั้น
 ความเย็นจะไปช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัว
จะช่วยทำให้เลือดออกน้อยลง ดังนั้นอาการบวมก็จะน้อยลง
การดูดซึมกลับของร่างกายเพื่อให้ยุบบวม ก็จะใช้เวลาน้อยลง
ซึ่งตรงกันข้ามกับการใช้ความร้อน
หรือ สิ่งที่นวดแล้วเกิดความร้อนในเบื้องต้น
จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว
รวมทั้งไปนวดคลึงตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ
จะยิ่งทำให้เลือดออกและบวมมากขึ้น การดูดซึมกลับก็จะใช้เวลานานขึ้น
กล่าวโดยสรุป การใช้ความเย็นประคบ จะใช้ภายใน 24-48 ชม. หลังได้รับการบาดเจ็บ ส่วนการใช้ความร้อนจะเริ่มใช้หลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้วนะคะ
 

เพราะเมื่อไหร่ที่ "จำไปแล้ว" จำไว้เลยว่า...ไม่มีวันลืม

ลองได้ยินใครพูดว่า
" อยากลืม"
" ฉันอยากลืมเขาให้ได้"
" ฉันจะพยายามลืมเขาให้ได้"
" ฉันจะพยายามลืมมัน"

เชื่อมั่นได้ 100% ว่า เขาคนนั้น
หรือเรื่องราวเหล่านั้น " ไม่มีวันลืม"


คนเราลองจำเรื่องอะไรเข้าไปไว้ในหัวสมองแล้ว
แสดงว่า...มันคงเป็นที่สุดในชีวิต...หรือไม่ มันก็คง
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต
ลืมยาก...เลยอยากลืม

ไอ้ที่อยากลืม...ก็คงเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่...
คิดทีไรก็เศร้า
ทำให้คิดถึงคนที่ไม่อยากคิดถึง...
คิดถึงเรื่องที่ไม่อยากจำ



เราล้างสมอง...หรือทำลายความทรงจำยาก
แต่เราสร้างความทรงจำใหม่ๆ ได้ไม่ยาก
ลองทำให้ทุกวันต่อจากนี้ไป...ดีที่สุด...
เท่าที่เราจะทำได้
เพราะยังไงๆ วันนี้...ก็ต้องกลายเป็น "เมื่อวาน"
ของวันพรุ่งนี้อยู่วันยังค่ำ

ถ้าใครบอกว่า " ทำวันนี้ให้ดีที่สุด"
คงต้องขอแถมท้ายเข้าไปอีกว่า " ทำวันนี้ให้ดี
สำหรับวันพรุ่งนี้...ให้วันนี้กลายเป็นวันวานที่ดี"

เพราะเมื่อไหร่ที่ "จำไปแล้ว"

"จำไว้เลย  ว่า ไม่ มี วัน ลืม "

 

 

 

 

 

ความรัก"...เปรียบเหมือน "การเลือกรองเท้า

 

 
รองเท้าแตะมีขายตามร้านทั่วไป

เวลาที่เราไปเห็นก็จะนึกสนใจ

มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ

แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี

..............................................................

รองเท้าบางคู่ใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย

แต่ถ้าใส่นานๆ เข้า อาจจะรู้สึกว่ารองเท้า

คู่นี้ไม่เหมาะกับเรา อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกิน

...................................................................

รองเท้าบางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้วรู้สึกแปลกๆ

อาจมีบ้างที่คับไป หรือ หลวมไป แต่ใครจะรู้

บางทีพอใส่ไปซักพัก หนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเรา

จนรู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้

................................................................

รองเท้าบางคู่ ดูภายนอกอาจตลก

แต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเรา

อาจจะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป  
 
ส่วนรองเท้าคู่ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดี

ก็ไม่แน่เสมอไปว่าเมื่อเราใส่แล้วจะดีเหมือนกับที่คนอื่นใส่

.....................................................................

ใครที่มีรองเท้ามากเกินความจำเป็น

เขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรด

ตราบเมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไป

ซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวงคืน

...........................................................

แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะ

รองเท้าสาธารณะเหล่านั้นได้ผ่านเท้า

ของผู้คนมามากมาย บางคู่อาจยังใหม่

บางคู่อาจดูโทรม บางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่

แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง

คือ อยากมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย ที่จะมีคนมาขอซื้อ

เป็นเจ้าของ นอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น

ซึ่งจะไม่มีทางได้สัมผัสความรักระหว่างเจ้าของกับรองเท้า

..................................................................

รองเท้าที่เหมาะกับเรา หาได้ไม่ยาก และไม่ง่าย

แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจ ควรรีบตัดสินใจซื้อ

ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาตัดหน้าไปก่อน ซึ่งรองเท้าคู่นั้น

อาจจะเป็นคู่เดียวในโลกที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้

....................................................................

ส่วนรองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา

ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย อย่าพยายามใส่ต่อไปอีกเลย

มีแต่จะทำให้เราทรมาน และในที่สุดเราก็ต้องโยนมันทิ้งไปอยู่ดี

...................................................................

รองเท้าสมัยใหม่ ดูแล้วเท่ แต่รองเท้าสมัยเก่า

ใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบ จะสมัยไหนก็ช่าง ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด

เมื่อเจอแล้วควรใส่อย่างถะนุถนอมจะได้อยู่กับเราไปนานเท่านาน....


รองเท้าก็เหมือนความรักเราต้องเลือกสิ่งที่เข้ากับเราได้ดีที่สุดและถ้าเลือกแล้วก็ต้องดูแลและใส่ใจมันอยู่ตลอดเวลา  
2007/7/27

ประวัติกีฬาแบดมินตัน


 ประวัติดั่งเดิมตอนต้น

ประวัติของกีฬาแบดมินตันมีต้นกำเนิดที่ไม่
ชัดเจน ไม่มีหลักฐานแน่ชัดถึงต้นตอแหล่งกำเนิดของ กีฬาประเภทนี้ มีแต่หลักฐานบางชิ้นชี้บ่งให้ทราบว่า กีฬาแบดมินตันมีเล่นกันประปรายในยุโรปตอน ปลายศตวรรษที่ 17 จากภาพสีน้ำมันหลายภาพได้ยืนยันว่า กีฬาแบดมินตันเล่นกันแพร่หลายในราชสำนัก
ต่าง ๆ ของยุโรป แม้ว่าจะเรียกกันภายใต้ชื่ออื่นๆ ก็ตาม

จากหลักฐานของภาพวาดเก่า ๆ ปรากฏว่ามีการเล่นเกมในลักษณะที่คล้ายกับลูกขนไก่ในประ เทศจีนช่วงศตวรรษที่ 7 ชาวจีนนำอีแปะที่มีรู แล้วใช้ขนไก่หลายเส้นเสียบผ่านรูอีแปะสองสามอัน ให้อีแปะเป็นตัวถ่วงน้ำหนัก ใช้เชือกมัดตรงปลายเอาไว้ไม่ให้หลุด เวลาเล่นจะตั้งวง เล่นกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือจะเล่นพร้อมกัน 3-4 คน ใช้เท้าเตะกันไปมาทำนองเดียวกับที่คนไทยเล่นตะกร้อล้อมวง

ในศตวรรษที่ 13 ปรากฏหลักฐานว่า ชาวอินเดียนแดงในทวีปอรือขนนก เสียบมัดติดกับก้อนกลม ให้ปลายหางของขนไก่ชี้ไปในทางเดียวกันเป็นพู่กระจายออกด้านหลัง เวลาเล่นใช้มือจับก้อนกลมแล้วปาไปยังผู้เล่นอื่น ๆ ให้ช่วยกันจับ ตลอดช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ยังไม่มีการใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตีปะทะลูกขนไก่ แต่ใช้มือ หรืออวัยวะอื่น ๆ แทน

จนกระทั่งในศตวรรษที่ 14 ชาวญี่ปุ่นได้มีการใช้ขนไก่

เมริกาตอนใต้ ใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วยกันจนเป็นก้อนกลม แล้วใช้ขนไก่ หหรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ แล้วใช้ไม้แป้นที่ทำจากไม้กระดาน สลักด้วยลวดลายหรือรูปภาพ หวดเจ้าลูกขนไก่ไปมา นับว่าเป็นวิวัฒนาการในรูปลักษณ์ของการเล่นแบดมินตันที่ใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการใช้แร็กเกตตีลูกขนไก่แทนการใช้อวัยวะของร่างกาย

ในศตวรรษที่ 17 พระราชินีคริสตินาแห่งสวีเดนทรงแบดมินตันเป็นประจำ โดยมีไม้แร็กเกตที่จำลองมาจากแร็กเกตเทนนิส เริ่มมีลูกขนไก่ที่ใช้ขนไก่หรือขนนกผูกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก และปรากฏมีภาพวาดแสดงให้เห็นมกุฏราชกุมารเจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริคแห่งเดนมาร์คในศตวรรษที่ 17 เช่นเดียวกัน ทรงแบดมินตันด้วยแร็กเกต แต่ในยุคนั้นเรียกเกมเล่นนี้ว่าแบทเทิลดอร์กับลูกขนไก่ และเกมเล่นในลักษณะเดียวกัน มีการเล่นในราชสำนักของเยอรมนีสมัยศตวรรษที่ 18 กษัตริย์ของปรัสเซียเฟรดเดอ ริคมหาราช และพระเจ้าหลานเธอเฟรดเดอริค วิลเลียมที่สอง ได้ทรงแบดมินตันอย่างสม่ำเสมอ

ประวัติของกีฬาแบดมินตันมาบันทึกกันแน่นอนและชัดเจนในปี ค.ศ. 1870 ปรากฏว่ามีเกมการเล่นกีฬาลูกขนไก่เกิดขึ้นที่เมืองปูนาในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ห่างจากใต้เมืองบอมเบย์ประมาณ 50 ไมล์ ต่อมามีนายทหารอังกฤษที่ไปประจำการอยู่ที่นั่น นำเกมการตีลูกขนไก่กลับไปเล่น
ในเกาะอังกฤษ และเล่นกันอย่างกว้างขวาง ณ คฤหาสน์ “แบดมินตัน” ของดยุ๊คแห่งบิวฟอร์ด ที่ตำบล กล๊อสเตอร์เชอร์ ในปี ค.ศ. 1873 เกมกีฬาตีลูกขนไก่จึงถูกเรียกว่า “แบดมินตัน” ตามชื่อของสถานที่นับตั้งแต่นั้นมา

การแพร่หลายของกีฬาแบดมินตันและการก่อตั้งสหพันธ์ฯ

กีฬาแบดมินตันเริ่มแพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วภาคพื้นยุโรป เพราะเป็นเกมกีฬาที่มีส่วนคล้ายคลึงกับเทนนิส แต่สามารถเล่นได้ภายในตัวตึกหรือตามห้องโถงใหญ่ ๆ โดยไม่ทำให้ข้าวของแตกเสียหาย และไม่ต้องกังวลต่อกระแสลมหรือพายุหิมะที่โปรยกระหน่ำมาในช่วงฤดูหนาว ชาติมหาอำนาจจักรวรรดิ์นิยมทั้งอังกฤษและดัทช์ที่อพยพไปสู่ทวีปอเมริกา เอเชีย และออสเตรเลีย ต่างนำเอากีฬาแบดมินตันไปเล่นในประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้อาณานิคมอย่างแพร่หลาย เกมกีฬาแบดมินตันจึงถูกกระจายไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของโลกในช่วงเวลานั้น รวมทั้งประเทศไทยด้วย

มีการจัดแข่งขันชิงชนะเลิศแบดมินตันแห่งประเทศอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า ออล-อิงแลนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1889 แต่บรรยากาศของการแข่งขันออล-อิงลแนด์ในยุคต้น ๆ

 ประวัติกีฬาแบดมินตันในประเทศไทย

กีฬาแบดมินตันได้แพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นเวลานานแล้ว มีปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2456 พระยานิพัตกุลพงษ์ เป็นคนไทยรุ่นแรกที่สร้างสนามแบดมินตันให้ลูกหลานเล่นเป็นการออกกำลังในยามว่าง ณ บริเวณบ้านริมคลองสมเด็จเจ้าพระยา

ในเวลาต่อมา หลวงชลาไลยกล เห็นว่าแบดมินตันเป็นกีฬาที่ดี เหมาะกับคนไทย เล่นได้ทั้งชายและหญิง เด็กเล็กและผู้ใหญ่ จึงสร้างสนามเพิ่มขึ้นอีก และเล่นแบดมินตันกันเป็นประจำในหมู่ญาติมิตรที่ตำบลสมเด็จเจ้าพระยาเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักฐานว่า กีฬาแบดมินตันเป็นที่นิยมเล่นกันประปรายในราชสำนักของไทยสมัย พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และสนามแบดมินตันในสมัยนั้นเป็นสนามกลางแจ้ง เวลามีลมพัดแรง หรือฝนตกก็เล่นแบดมินตันกันไม่ได้

กีฬาแบดมินตันแพร่หลายในหมู่คนไทยมากขึ้น คุณหลวงประคุณวิชาสนอง ได้จัดให้มีการแข่งขันแบดมินตันในราชวิทยาลัย แข่งขันในประเภทต่าง ๆ ต่อมาการแข่งขันได้แพร่หลายกว้างขวางออกไปอีก มีการแข่งขันประเภทสาม แข่งขันทั้งชายเภทชายสามและหญิงสาม ซึ่งถือว่าเป็นการแข่งขันประเภทที่สำคัญที่สุด และประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการเล่นแบดมินตันประเภทสาม

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย คือสหพันธ์รัฐมลายู สามารถเอาชนะทีมชาติของยุโรป จนได้ครองตำแหน่งแชมเปี้ยนประเภททีมชายของโลก หรือโธมัสคัพ สร้างความตื่นเต้นให้แก่ประชาชาติเอเชียอย่างยิ่ง ที่ทีมจากเอเชียสามารถแข่งกีฬาจนเอาชนะชาติใหญ่ ๆ จากชาติตะวันตกได้ ท่ามกลางกระแสดังกล่าว ไทยได้เชิญนักแบดมินตันอันดับโลกของมลายู อาทิ ว่องเปงสูน อองโปหลิม อุยเต็คฮ็อค อิสเมล บิน มาร์จัน ฯลฯ เข้ามาสาธิตการเล่นกีฬาแบดมินตันมาตรฐานสากลในประเทศไทย เริ่มมีการสร้างสนามแบดมินตันมาตรฐานในร่ม มีการปรับปรุงพัฒนาวิธีการเล่นแบดมินตันให้ดียิ่งขึ้น แต่การเล่นแบดมินตันของคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังเล่นกันนอกร่ม ต่อมาได้มีการสร้างสนามแบดมินตันมาตรฐานสากลแห่งแรกภายในบริเวณบ้านซอยพร้อมมิตรของ หลวงธรรมนูญวุฒิกร และ นางอวยพร ปัตตพงศ์ พร้อมทั้งได้เคี่ยวเข็ญฝึกฝนลูกหลานจนกระทั่งนักแบดมินตันไทยมีมาตรฐานการเล่นก้าวเข้าสู่ระดับโลก ลูกศิษย์แบดมินตันของ คุณหลวงธรรมนูญวุฒิกร มีพื้นฐานการเล่นที่ถูกต้องแน่นแฟ้น และนำพาทีมชาติแบดมินตันโธมัสคัพไทยไปครองตำแหน่งชนะเลิศแห่งเอเชียใน ปี ค.ศ. 1957 เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ Inter Zone ของโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กีฬาแบดมินตันของไทยใรนปี ค.ศ. 1958 ท่านทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนเช้าเย็น ส่งเสริมปลุกปั้นพัฒนานักแบดมินตันไทยหลายคน อาทิ พินิจ ปัตตพงศ์ ประเทือง ปัตตพงศ์ อัจฉรา ปัตตพงศ์ ธนู ขจัดภัย เจริญ วรรธนะสิน บุบผา แก่นทอง สงบ รัตนุสสรณ์ บัณฑิต ใจ
เย็น ศิลา อุเลา ฯลฯ นักกีฬาเหล่านี้ล้วนเป็นผลงานของท่านทั้งนั้น นักแบดมินตันหลายคนของท่านได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันออล-อิงแลนด์และครองตำแหน่งตำแหน่งชนะเลิศของโลกในการแข่งขันแบดมินตันนานาชาติจากหลายประเทศ เมื่อ หลวงธรรมนูญวุฒิกร ถึงแก่อนิจกรรม ท่านจึงได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่งวงการแบดมินตันของไทย

ในปี พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และพระราชวงศ์จักรีชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์ ได้พระราชทานและประทานพระอุปถัมภ์แก่กีฬาแบดมินตันอย่างเข้มแข็ง ในหลวงทรงเป็นองค์อุปถัมภกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในปีเดียวกันนั้นและทรงแบดมินตันด้วยพระองค์เอง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา(พระราชศักดิ์ในสมัยนั้น)ทรงสนับสนุนทุนทรัพย์ส่งนักแบดมิน
ตันไทยไปแข่งขัน ออล-อิงแลนด์ เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501

และที่ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์สำคัญไม่เฉพาะแต่วงการแบดมินตันเท่านั้น แต่เป็นของวงการกีฬาเมืองไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระทานราชทุนการศึกษาส่วนพระองค์ให้แก่นักแบดมินตันทีมชาติไทย เจริญ วรรธนะสิน ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ยังความปลาบปลื้มของวงการกีฬาไทยอย่างหาที่สุดมิได้ เพราะในยุคนั้นยังไม่มีหน่วยงานกีฬาของรัฐ

ในปีต่อ ๆ มา พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ทรงสนับสนุนทุนทรัพย์ส่งนักแบดมินตันไทยไปแข่งขันออล-อิงแลนด์และประเทศต่าง ๆ ในยุโรป พร้อมทั้งทรงประทานกำลังใจด้วยการเสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันอย่างใกล้ชิดทั้งในเอเชียและยุโรป ท่านพระองค์หญิงยังทรงสร้างสนามมาตรฐานขึ้นและก่อตั้งสโมสรแบดมินตันแร็กเก็ตมิวเซียมขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2510

วงการแบดมินตันไทยได้พัฒนาตัวเองจนเป็นสมาคมกีฬาชั้นนำสมาคมหนึ่งของประเทศไทย เป็นสมาคมกีฬาที่ส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศมากที่สุดอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายสิบปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 วงการแบดมินตันเริ่มใช้แนวทางการตลาดสิทธิประโยชน์เข้ามาบริหาร เริ่มระบบการดึงผู้อุปถัมภ์รายการจากต่างประเทศเข้ามาแทนระบบบริจาคช่วยเหลือ เริ่มต้นจัดการแข่งขันกรังด์ปรีซ์เซอร์โลกที่มีเงินรางวัลนับล้านบาทตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นการพลิกโฉมวงการแบดมินตันไทยให้ก้าวทันการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของโลก

กิจกรรมของสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะดำเนินมาไกลถึงเพียงนี้ไม่ได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาสปอนเซอร์ต่าง ๆ ในต่างประเทศ เช่น โปร-เคนเน็ก โกเซ็น NEC ESPN ยูนิแคล และบริษัทห้างร้านภายในประเทศ เช่น ไทยออยล์ เบียร์สิงห์ เบียร์ช้าง มิตซูบิชิ และ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเยาวชนของชาติ ได้ให้การ

สนับสนุนการแข่งขันแบดมินตันเครือซิเมนต์ไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ปัจจุบันยังคงให้การอุปถัมภ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดการแข่งขันชิงแชมเปี้ยนแบดมินตันประเทศไทย และแบดมินตันกรังด์ปรีซ์เซอร์กิตโลก และโครงการ “ไฟแห่งพุ่มไม้เขียว” จากปี ค.ศ. 2004-2008

กีฬาแบดมินตันได้รับการบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในโปรแกรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเกมส์ในปี ค.ศ. 1980 ที่เมืองมิวนิค เยอรมนี แต่ไม่ได้รับการบรรจุในทันที เนื่องจากเกิดการแตกแยกในวงการแบดมินตันของโลก จนกระทั่งได้รับการบรรจุอย่างเป็นทางการในบาร์เซโลนาเกมส์ที่สเปนถึงปี ค.ศ. 1992 แบดมิน
ตันได้กลายเป็นกีฬาโอลิมปิคเต็มตัวตั้งแต่นั้นมา และนักแบดมินตันไทยได้ผ่านรอบควอลิฟายคัดเลือกเข้าสู่สายใหญ่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิคทุกครั้ง ล่าสุดที่การแข่งขันครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ นักแบดฯ ไทยได้เข้ารอบมากถึง 8 คน ครบทุกประเภทเป็นประวัติการณ์ และบุญศักดิ์ พลสนะ ได้เข้าถึงรอบชิงรองชนะเลิศเซมิไฟแนลของประเภทชายเดี่ยว

วงการแบดมินตันไทยยังจะพัฒนาไปข้างหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง ตราบใดที่คนบริหารไม่นำพากีฬาแบดมินตันกลายเป็นเกมการเมือง มือสะอาด ไม่เข้ามาหาผลประโยชน์จากวงการ มีจิตวิญญาณที่รักและเห็นประโยชน์ของวงการแบดมินตันเป็นเป้าหมายสูงสุด ถ้าทำอย่างนี้ได้ ความเชื่อถือ ศรัทธา จากผู้ให้ความอุปถัมภ์ ก็จะไม่จืดจางถอยห่างจากวงการแบดมินตันอย่างแน่นอน

 

ความรักก็เหมือนกาแฟ...ที่ทั้ง หวาน หอม และขม


 
 
... หอม หวาน ขม ... อุ่น ร้อน เย็น ... หลากหลายพันธุ์ หลายวิธีปรุง

... ความที่ไม่มีอะไรตายตัว คือเสน่ห์ของกาแฟ ...

คนชงคนเดิม กาแฟพันธุ์เดิมสูตรเดิมๆ แต่รสชาติมันก้ออาจเปลี่ยนได้

หาก แค่เวลาที่ใช้ในการชงเปลี่ยนไป

... คนไหนชงกาแฟอร่อยจงภูมิใจเถอะ มันไม่ได้ง่ายๆเลยที่จะชง

ให้ได้รสชาติดีดังเดิมทุกครั้ง ...
... ความรักก้อเปรียบได้กับกาแฟเหมือนกัน...กาแฟที่ชงเสร็จใหม่ๆ

ก้อเหมือนความรักที่เพิ่งจะก่อตัว มันหอม มันหวาน มันอุ่น ...
 
หากได้ชิมแล้วยากจะวางลง นอกจากคุณจะไม่ถูกใจกาแฟถ้วยนั้น

น้ำตาลที่ใส่ให้กาแฟ...เปรียบเหมือนกับการเอาใจใส่ ดูแล ห่วงใยซึ่งกันและกัน ...

อยู่ที่คุณจะใส่น้ำตาลมากแค่ไหน มากไปมันก็ไม่ดีมันจะเลี่ยนไป

... น้อยไปมันก็ไม่ดี มันอาจจะยังขมอยู่ ...

นมหรือครีม เหมือนกับเรื่องราวต่างๆ เหตุการณ์ดีๆ

ที่ช่วยให้กาแฟมีรสชาติมากยิ่งขึ้น ...
... แน่นอนว่ากาแฟเมื่อชงทิ้งไว้แม้มันจะมีรสชาติดีแค่ไหน

แต่เมื่อทิ้งเอาไว้นานๆรสชาติมันย่อม เปลี่ยนไปบ้าง

... ความหอมมันอาจจะน้อยลง มันอาจ จะเย็นชืด จืดจาง ...

เหมือนกับความรักที่ต่อให้คุณจะรักกันมากแค่ไหน

แต่หากนานวันเข้ามันย่อมมีวันจืดจางลงบ้าง ...

แล้วเราจะยังดื่มมันมั้ย ?

กาแฟที่จืดจาง ไร้ซึ่งความหอม หวาน มัน ... ดื่มหรือไม่ดื่มดี ?
... การกล้ำกลืนฝืนทนดื่มต่อไปไม่ใช่ว่าดีหรอก ...

ก้อมันไม่อร่อยอยู่แล้ว ดื่มไปก้อเสียความรู้สึกเปล่าๆ สู้คุณชงกันใหม่ดีกว่า ...

แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็น ถ้วยใบเดิมๆ ซึ่งเปรียบเหมือนกับคนรักของคุณ ...

ไม่ใช่เปลี่ยนถ้วยไปเรื่อยๆนะ ... ไม่ดีหรอก

นอกจากถ้วยใบนั้นมันเหลือจะทนแล้ว เก่าผุ ไม่มีค่าพอจะเก็บไว้ ...

คุณจะเปลี่ยนก้อไม่ว่ากัน .... แต่หากคุณยังชงกาแฟใหม่ในถ้วยใบเดิม ...

แม้มันจะเก่าไปบ้างตาม กาลเวลา ... แต่เราไม่ได้กินถ้วยนี่เราดื่ม

กาแฟตะหาก ถ้วยกาแฟก้อเหมือนคู่ใจของเราถูกมั้ย ? หมั่นชง มันบ่อยๆ ให้

ถ้วยได้เจอกับกาแฟอุ่นๆ หอมๆ หวานๆ ... มันจะมีทำให้คุณมีความสุขมาก

อย่างที่คาดไม่ ถึงเลยล่ะ ... กาแฟอุ่นๆ หอมๆ กับถ้วยใบโปรด ...

จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก...